พระแก้วหยกอเวนจรีน ปางสมาธิ ขนาด 6.5 นิ้ว

฿18,000.00 ฿15,500.00

แกะสลักจาก หยกอเวนจรีน แกะสลักโดยช่างแกะสลักหินที่มีประสบการณ์การทำงานแกะสลักมามากกว่า 20 ปี พระพุทธรุปปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน ทรงพระแก้วมรกต สมัยดั้งเดิม

  • หยกอเวนจรีน
  • ขนาด: หน้าตัก 6.5 นิ้ว สูง 21 ซม.
  • เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของไทย
  • เป็นที่นิยมซึ่งจะนำมาถึง ปัญญาที่แน่วแน่ และจิตปราศจากกิเลส
  • จัดส่งโดยบริษัทเอกชน
  • สอบถามเพิ่มเติม ได้ตลอด 24 ชม.

รายละเอียด

พระแก้วหยก

พระแก้วหยกอเวนจรีน  หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของไทย หน้าตักกว้าง 48.3 ซม. สูงทั้งฐาน 66 ซม. มีอายุมากว่าสองพันปี (แต่ไม่ทราบปีที่สร้างจริงๆ) ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหยกอ่อนสีเขียวดังมรกต กรมศิลปากรบอกว่า เป็นศิลปะสกุลช่างยุคก่อนเชียงแสน ถึงศิลปะยุคเชียงแสน มีหลักฐานชัดเจนว่าพบครั้งแรก อยู่ในเจดีย์วัดป่าญะ เมืองเชียงแสน (ปัจจุบันคือวัดพระแก้วงามเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย)

เมื่อ พ.ศ. 1977 ความที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (ร.1) นำมาจากเวียงจันทน์ ทำให้มีคนสับสนว่าเป็นพระพุทธรูปของคนลาว แต่ว่าความจริงแล้ว ลาวก็เอามาจากไทยอีกต่อหนึ่ง และไทยก็ไม่ใช่เจ้าของผู้สร้าง พระแก้วมรกต ขึ้นมา ตามประวัติศาสตร์แล้ว พระแก้วมรกต ถูกแย่งชิงต่อ ๆ กันมา โดยที่ไม่เคยมีครั้งใดที่พระแก้วมรกตถูกส่งมอบให้โดยที่ไม่มีสงครามแย่งชิง

ยังมีข้อมูลของพระแก้วมรกตอีก 4 ประการที่ คนมักไม่รู้ แต่ควรจะรับทราบไว้เป็นข้อมูลว่า
1. พระแก้วมรกต สลักด้วยหินหยกเขียวอเวนจรีน ก้อนเดียว ที่ฐานขององค์พระมีเดือยหิน ยาวประมาณ 15 ซม. ติดอยู่ ซึ่งเป็นเทคนิคของคนโบราณที่จะสลักองค์พระด้วยหิน มีเดือยเพื่อไปปัก เสียบ ในช่องหินเวลาตั้งพระพุทธรูปให้อยู่กับที่อย่างมั่นคง ด้วยว่าพระแก้วมรกตไม่มีใครยก ขึ้นดูนานมาแล้ว ทำให้คนไม่เคยเห็นใต้ฐานขององค์พระว่ามีเดือย ส่วนฐานที่ตั้งในพระอุโบสถนั้น ปัจจุบันได้มีการทำฐานหล่อด้วยทองผสม และประดับด้วยเครื่องทรง ทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์พระไปแล้ว ดังนั้น แทบจะไม่มีใครเคยเห็นองค์พระแก้วมรกตจริง ๆ ที่เป็นเฉพาะส่วนหินสลักสีเขียวก้อนเดียว มีเดือยที่ใต้ฐานองค์พระ ผิวขององค์พระถูกขัดเงา แต่ว่าผิวที่ใต้ฐานหินจะเป็นรอยด้านจากการแกะสลักอยู่

2. พระแก้วมรกตมีตำนานความเชื่อว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ภายใน 7 องค์ แต่มีข้อเท็จจริงว่า หากองค์ก้อนหินสลักพระแก้วมรกต ขึ้นมาเขย่า จะมีเสียง กุ๊กกั๊ก เหมือนว่าภายในองค์พระแก้วมรกต มีโพลงเล็ก ๆ ที่บรรจุวัสดุชิ้นเล็ก ๆ อะไรสักอย่างอยู่ ชิ้นเล็ก ๆ 3-7 ชิ้น โดยที่หินสลักทั้งก้อนนี้ไม่มีร่องรอยการตัดต่อ เจาะเชื่อมเลย ด้วยหินสีเขียวทึบ ตัน ทั้งก้อน จึงไม่สามารถมองเห็นว่าเป็นวัสดุอะไร มีจำนวนเท่าใด มีตำนานเล่าไว้ว่าพระนาคเสน (คือใครไม่รู้เพราะไม่ปรากฏหลักฐานในประวัติศาสตร์) ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 7 องค์ เข้าบรรจุเอาไว้ภายในองค์พระแก้วมรกต

แต่นักโบราณคดี เชื่อว่า เทคนิคลึกลับ ในการแกะสลักหินแล้วบรรจุวัสดุบางอย่าง เอาไว้แบบไม่มีร่องรอยเลยเช่นนี้ มีแต่ช่างฝีมือจีนโบราณเท่านั้นที่สามารถทำได้ เพราะในบรรดาศิลปวัตถุ ของสะสมของจักรพรรดิจีน (ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กู้กง) เคยมีงานแกะสลักหิน ที่บรรจุของเอาภายในมีโพลงข้างใน โดยหินไม่มีการเจาะหรือตัดต่อเลย ซึ่งฝีมือช่างแบบนี้ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในประเทศอื่น ๆ

3. หินสลักองค์พระแก้วมรกตจริง ๆ เรามักจะเห็นตอนที่ทรงเครื่องทรงแบบศิลปะไทย กรมศิลปากรระบุว่าเป็นสกุลศิลปะยุคก่อนเชียงแสน ถึงศิลปะยุคเชียงแสน แต่ว่าความจริงแล้วยุคก่อนเชียงแสน (นานกว่า 1,000 ปีมาแล้ว) เป็นอาณาจักรโยนกนคร อาณาจักรสุวรรณโคมคำ และอาณาจักรน่านเจ้า ซึ่งไม่เหลือร่องรอยทางศิลปะอยู่มากนัก

หากเปลื้องถอดเครื่องทรงทั้งหมดออกดูเฉพาะหินสลักองค์พระแก้วมรกต จะพบว่าเป็นหน้าตาแบบพระจีนตอนใต้ คือหน้าอวบ ปากนิดจมูกหน่อย มีสลักเม็ดติกะที่หน้าผากแบบพระจีน ซึ่งพระองค์อื่น ๆ ในประเทศไทยไม่มีสลักเม็ดติกะที่หน้าผาก ศิลปะแบบนี้เป็นรูปแบบของพระทางตอนใต้ของจีน ยุคน่านเจ้า

4. หินที่ใช้แกะสลักพระแก้วมรกต เป็นหินหยกสีเขียวอเวนจรีน ก้อนใหญ่ที่ไม่พบในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกเว้นในพม่า ประเทศไทยปัจจุบันก็ไม่พบแหล่งหินเช่นนี้ และในสมัยโบราณคนแถบสุวรรณภูมิ และอินเดียก็ไม่นิยมแกะสลักพระด้วยหินแบบนี้ สมัยสุโขทัย อยุธยา และล้านนาจะทำพระด้วยการหล่อสัมฤทธิ์ ในอินเดีย ยุคขอม และทวาราวดี รวมทั้งศรีวิชัยก็แกะสลักพระด้วยหินทราย หรือหินศิลาแลง ไม่ใช้หยกหรือหินมรกต

พระแก้วมรกตจึงเป็นพระองค์เดียวที่พบว่าแกะสลักจากหินหยกสีเขียวอเวนจรีน จากการสืบสาวไปถึงแหล่งต้นกำเนิดของหินชนิดนี้นั้น พบว่าเป็นหินจากแหล่งหนองแส (เมืองตาลี่ในปัจจุบัน) ในมณฑลยูนานของจีน ซึ่งเมื่อเกือบสองพัน เป็นยุคของอาณาจักรน่านเจ้า โดยที่น่านเจ้าในอดีตก็เป็นแหล่งหินหยก มรกต ที่ขึ้นชื่อมากว่าสองพันปีก่อนที่จะเกิดมีประเทศไทย ดังนั้นนักโบราณคดีจึงเชื่อว่าต้นกำเนิดของพระแก้วมรกตน่าจะมาจากยุคน่านเจ้า เมืองหนองแส

 

Additional information

น้ำหนัก 3 kg
ขนาด 5 × 7 × 3 in